จะเลือกโรงเรียน (ประถมฯ) ให้ลูกอย่างไรดี?

จะเลือกโรงเรียน (ประถมฯ) ให้ลูกอย่างไรดี?

ผมคิดว่าเมื่อลูกเริ่มโตขึ้นจนถึงวัยเข้าโรงเรียน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ประเด็นที่คุณพ่อคุณแม่มักจะหารือกัน (บางครอบครัวนี่ถึงกับถกเถียงกันเลยก็มีนะครับ 5555) ก็คือ == จะให้ลูกเข้าเรียนโรงเรียนไหนดี == เจ้าวลีที่ว่า “โรงเรียนไหน ดี???” นี่ละครับ เป็นประเด็นที่มักจะถกเถียงกันประจำ คุณพ่อคุณแม่บางท่านก็มักจะใช้ชื่อเสียงเก่าๆ ของโรงเรียนเป็นเกณฑ์ในการตัดสินใจ ในขณะที่คุณพ่อคุณแม่บางท่านก็มักจะใช้การถามไถ่ข้อมูลจากเพื่อนบ้าน และเพื่อนๆ มาใช้เป็น Reference ในการพิจารณา ซึ่งยิ่งถามมาก ยิ่งรับรู้ข้อมูลในหลายมิติก็ยิ่งตัดสินใจยาก บางครั้งไปเยี่ยมชมโรงเรียนแล้วแท้ๆ ก็ยังตัดสินใจยากอยู่ดี เพราะดูๆ ไป ก็เหมือนกับว่าทุกๆ โรงเรียนก็มักจะ Present ในด้านดีของโรงเรียนให้คุณพ่อคุณแม่รับทราบ เชื่อไหมครับว่า == ประเด็นเรื่องการเลือกโรงเรียน เป็นประเด็นที่คุณพ่อคุณแม่มักจะถามความเห็นของผมมากที่สุดเลยครับ == ผมจึงถือโอกาสให้ทรรศนะของผม (ย้ำว่าเป็นทรรศนะของผมนะครับ) เกี่ยวกับการเลือกโรงเรียนให้กับลูกเอาไว้ในโพสต์นี้ก็แล้วกันนะครับ

slc 015

เริ่มต้นด้วย 2 ประเด็นพื้นฐานก่อนเลยครับ ส่วนประเด็นที่ 3 และประเด็นที่ 4 เป็นประเด็นที่ผมขออนุญาตจัดหนัก เลยก็แล้วกันนะครับ

1. พื้นฐานก่อนเลยครับ จะต้องไม่ใช่โรงเรียนไกลบ้าน ที่เด็กจะต้องตื่นแต่เช้าตรู่ ใช้เวลาบนถนนนานแสนนานกว่าจะถึงโรงเรียน พอเด็กต้องตื่นเช้า เวลานอนก็จำกัด มีงานวิจัยยืนยันนะครับว่าเวลานอนของเด็ก และระยะทางระหว่างบ้าน และโรงเรียน นั้นส่งผลต่อผลการเรียนของเด็กอย่างมีนัยสำคัญเลยครับ ดังนั้นผมจะตัดโรงเรียนไกลบ้านออกไปจากตัวเลือกก่อนเลยครับ (อ่านเพิ่มเติมได้ที่ https://goo.gl/xHNCKQ)

2. เวลาที่คุณพ่อคุณแม่ได้ไปเยี่ยมชมโรงเรียน เอาว่าเรื่องความปลอดภัยนี่เป็นพื้นฐานอยู่แล้วนะครับ เช่น ประตูเหล็ก โกล์ฟุตบอล แป้นบาสเก็ตบอล เครื่องเล่นในสนาม ผุเป็นสนิม หรือขาดการดูแลรักษาหรือเปล่า (เรื่องประตูเหล็ก โกล์ฟุตบอล ฯลฯ นี่ตัวดีเลยครับ เพราะธรรมชาติของเด็กมักจะชอบห้อยโหนอยู่แล้ว ถ้าขาดการเอาใจใส่ นี่เท่ากับว่าอันตรายมากครับ) นอกจากปัจจัยพื้นฐานเหล่านี้แล้ว ผมอยากจะแนะนำให้คุณพ่อคุณแม่ขอเข้าไปเยี่ยมชม == การดูแลรักษาความสะอาดของห้องน้ำนักเรียนครับ == ส่วนมากโรงเรียนมักจะจัดให้คุณพ่อคุณแม่เข้าห้องน้ำในส่วนของแขก แต่คุณพ่อคุณแม่ขอดูความสะอาดของห้องน้ำโรงเรียนได้นะครับ เชื่อไหมครับว่า “ความสะอาดของห้องน้ำ” นี่เป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อผลการเรียนอยู่เหมือนกันนะครับ เพราะถ้าห้องน้ำไม่สะอาด ขาดการดูแลที่ดี เวลาเด็กปวดท้อง ก็จะอั้นครับ เวลาที่อั้นนอกจากจะส่งผลต่อร่างกายแล้ว ยังทำให้เรียนไม่รู้เรื่องอีกด้วยนะครับ (เรื่องห้องน้ำนี่มักจะเป็นเส้นผมบังภูเขาเลยนะครับ https://goo.gl/XdS6nJ)

*** 3) ประเด็นนี่สำคัญสุดครับ นั่นก็คือ คุณภาพของหนังสือเรียน และสื่อการเรียนการสอน (https://goo.gl/yPiYZU)

จากประสบการณ์ในการทำงานในแวดวงการศึกษาในประเทศไทย สิ่งที่ผมรู้สึกผิดหวังมาโดยตลอดก็คือ == โรงเรียนมักจะไม่ให้ความสำคัญกับคุณภาพหนังสือที่เด็กจะต้องใช้เรียนเลยครับ == หลายๆ โรงเรียนที่เก็บค่าเล่าเรียนแพงๆ มีการตกแต่งโรงเรียนที่ดูหรูหรา มีห้องปรับอากาศ มีสิ่งอำนวยความสะดวกให้กับนักเรียนมากมาย มักจะตกม้าตายกับ “หนังสือเรียน” โรงเรียนจำนวนไม่น้อยนะครับ == เลือกหนังสือเรียนจากราคา เล่มไหนราคาถูก ก็จะซื้อเล่มนั้น เป็นการยากมากๆ นะครับที่คุณครูจะเลือกหนังสือดีๆ มาใช้สอนเด็ก ตราบใดก็ตามที่ยังคงติดกับกรอบงบประมาณ ==

ปัจจุบันโรงเรียนจำนวนไม่น้อย มักจะเก็บค่าเล่าเรียน โดยรวมกับค่าหนังสือไปเลยครับ ดังนั้นการประหยัดค่าหนังสือให้ได้มากที่สุด ก็ย่อมทำให้โรงเรียนมีผลประกอบการที่ดีขึ้น ดังนั้นงบประมาณในการซื้อหนังสือ และซื้อสื่อการเรียนการสอนจึงถูกกดให้เหลือน้อยมากๆ ครับ ซึ่งแตกต่างจากสมัยก่อนนะครับ ที่โรงเรียนจะเก็บเฉพาะค่าเล่าเรียน ส่วนหนังสือคุณครูจะบอกชื่อหนังสือมาให้เพื่อให้คุณพ่อคุณแม่ไปจัดซื้อเอง (ระบบเดิม อาจจะไม่สะดวก แต่คุณครูจะกล้าเลือกหนังสือที่ดี มุ่งเน้นที่คุณภาพของหนังสือเรียนเป็นลำดับแรก โดยไม่ต้องไปสนใจราคาให้มากนักครับ)

คุณพ่อคุณแม่ครับ เราจะคาดหวังอะไรได้กับหนังสือคณิตศาสตร์ราคา 60 บาทได้ล่ะครับ บางโรงเรียนพอคุณครูเสนอจะใช้หนังสือเรียนที่มีคุณภาพดีขึ้นมาหน่อย ในราคาเล่มละ 120 บาท (ใช้ทั้งปีการศึกษา) แต่กลับต้องถูกปฏิเสธ ด้วยเหตุผลที่ว่าเกินงบประมาณ ทั้งที่จริงแล้ว 120 บาท นี่กินกาแฟ 3 แก้ว ก็หมดแล้วนะครับ

ดังนั้นการตัดสินใจเลือกโรงเรียน ผมจึงมักจะยืนยันเสมอว่า (Strongly recommend) == ให้คุณพ่อคุณแม่สอบถาม และขอดูหนังสือที่โรงเรียนใช้สอนครับ ว่าใช้หนังสืออะไร และขอเปิดดูหนังสือเล่มนั้นๆ โดยหนังสือที่ผมให้ความสำคัญมากๆ ก็คือ == หนังสือวิชาคณิตศาสตร์ และหนังสือในวิชาภาษาอังกฤษครับ == ถ้าพบว่าหนังสือที่โรงเรียนใช้ไร้คุณภาพ หรือบางโรงเรียนนี่ยิ่งแย่ใหญ่ คือ “ไม่มีหนังสือเรียน แต่จะใช้ชี้ตทำเอง ซึ่งพอดูคุณภาพชี้ตแล้ว ก็แทบจะส่ายหน้าครับ” (ซึ่งคุณพ่อคุณแม่ไม่สามารถมั่นใจในมาตรฐานการเรียนการสอนได้เลย) ผมจะตัดชื่อโรงเรียนที่ใช้หนังสือคุณภาพแย่ๆ เหล่านั้นออกจาก Candidate ทันทีครับผม

จริงๆ == การเลือกหนังสือ นั้นสะท้อนถึงคุณภาพ และความเอาใจใส่ในวิชาการของครูผู้สอนด้วยนะครับ == ครูที่เลือกหนังสือที่ไร้คุณภาพ (โดยเฉพาะวิชาคณิตศาสตร์ และภาษาอังกฤษ) เนื้อหาไม่น่าสนใจ มีแต่เนื้อหาพื้นๆ คุณพ่อคุณแม่ก็พอจะคาดเดาแผนการสอนของคุณครูได้เลยนะครับว่า คงไม่สามารถสอนวิธีคิดให้กับเด็กได้อย่างมีประสิทธิภาพมากมายนัก

ยิ่งถ้าหนังสือเรียนแย่แล้ว แบบฝึกหัด (ในวิชาคณิตศาสตร์ และภาษาอังกฤษ) ไม่มีอีก อันนี้ยิ่งแย่ใหญ่เลยครับ เพราะทั้ง 2 วิชานี้ ต้องการการฝึกฝน ถ้าไม่มีแบบฝึกหัด เด็กจะฝึกฝนตนเองได้อย่างไรครับ

นอกจากหนังสือเรียนแล้ว อีกพื้นที่หนึ่งที่คุณพ่อคุณแม่ควรจะต้องขอเข้าไปดูก็คือ == ห้องสมุดครับ == โรงเรียนที่มีคุณภาพ จะต้องมีหนังสือที่น่าสนใจ น่าอ่านเพื่อรองรับการอ่าน และการค้นคว้าสำหรับเด็กๆ ผมมักจะให้ความสำคัญกับ == สัดส่วนของหนังสืออ่านเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์นะครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง ร่างกาย สิ่งแวดล้อม ดินฟ้าอากาศ สิ่งประดิษฐ์ ปรากฎการณ์ทางธรรมชาติ การค้นพบ ประวัตินักวิทยาศาสตร์ == เพราะหนังสืออ่านทางด้านวิทยาศาสตร์ สามารถบ่มเพาะนิสัยรักการค้นคว้า และการเรียนรู้ให้กับเด็กได้เป็นอย่างดีครับ (งานวิจัย PISA In Focus ระบุว่า นักเรียนที่แม้ว่าจะมีฐานะทางบ้านที่ไม่ดี แต่ถ้ารักการอ่านหนังสือทางด้านวิทยาศาสตร์ ก็จะมีผลการเรียนที่ดีได้ครับ https://goo.gl/IU37wH) หนังสืออีกกลุ่มหนึ่งที่ผมให้ความสนใจมากๆ ก็คือ == หนังสืออ่านนอกเวลาภาษาอังกฤษครับ == เพราะ การอ่านหนังสือนอกเวลาภาษาอังกฤษ เป็นเครื่องมือที่ดีมากๆ สำหรับการพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษให้กับเด็กไทย ที่เราไม่ค่อยมีโอกาสได้ใช้ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวันมากนัก การมีหนังสืออ่านนอกเวลาภาษาอังกฤษในห้องสมุด มันเป็นตัวสะท้อนถึง “ความมุ่งมั่นในการพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษของโรงเรียนที่ชัดเจนที่สุดครับ”

แต่เอาเข้าจริงๆ ผมไม่ได้ดูแค่ปริมาณหนังสือหรอกนะครับ ผมอยากให้คุณพ่อคุณแม่ดูสภาพหนังสือด้วยครับ == สภาพหนังสือที่สะท้อนคุณภาพของโรงเรียน “หนังสือจะต้องดูเก่า และมีการถูกยืมนะครับ” ไม่ใช่ใหม่กิ๊ก เพื่อวางโชว์เฉยๆ โดยที่เด็กไม่ได้มีโอกาสยืม” ==

อัตราการยืมหนังสือจากห้องสมุดของนักเรียน ที่สะท้อนผ่านสภาพหนังสือในห้องสมุด มันเป็นดัชนีที่ดีมากๆ ในการสะท้อนถึงความเอาใจใส่ของโรงเรียนในการส่งเสริมการอ่าน และการค้นคว้าให้กับนักเรียนครับ “การอ่าน เป็นทักษะที่สำคัญมากๆ ครับ ลองถ้าเด็กอ่านไม่คล่อง อ่านจับใจความไม่ได้ การเรียนในวิชาอื่นๆ ก็จะล้มเหลวตามกันไปหมดครับ”

*** 4) ประเด็นที่ 4 คือ ตารางสอนครับ หลายๆ โรงเรียนมักจะนำเสนอว่า โรงเรียนมีการสอนนั่นโน่นนี่เต็มไปหมด ดูหลากหลายมากเลยครับ แต่ถ้าเรายึดโยงกับแนวทางการเรียนรู้ของประเทศสิงคโปร์ ซึ่งได้รับการยอมรับว่า “เป็นหนึ่งในประเทศที่มีระบบการศึกษาที่ดีในระดับโลก” == การ Focus ในวิชาสำคัญ == เป็นแนวคิดการจัดการศึกษาที่มีประสิทธิภาพที่ดีที่สุด เด็กไม่ต้องมีการบ้านพร่ำเพรื่อ ไม่ต้องมีการสอบเยอะแยะ ไม่ต้องมีกิจกรรมเวิ่นเว้อที่รบกวนเวลาเรียน ผมมักจะให้เครดิตกับโรงเรียนที่ให้ความสำคัญกับ == วิชาคณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ และการอ่าน == นะครับ

อย่าหลงคิดว่า ผมเชียร์โรงเรียนที่เน้นการเรียนการสอนแบบอัดวิชาการนะครับ การให้ความสำคัญกับ “คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ และการอ่าน” ไม่ได้จำเป็นต้องเรียนแบบยัดเยียดโดยเน้นเนื้อหาทางวิชาการนะครับ การเรียนการสอนอาจจะอยู่ในรูปแบบกิจกรรมก็ได้ แต่โรงเรียนจะต้องใส่ใจกับ 3 ส่วนนี้ครับ

โรงเรียนที่นำเสนอว่า โรงเรียนมีกิจกรรมนั้นโน้นนี้ เต็มไปหมด ผมมักจะตั้งคำถามว่า “กิจกรรมมากมายขนาดนี้ แล้วเด็กจะเอาเวลาที่ไหนไปเรียน” คือ ผมไม่ได้ Anti กับการจัดกิจกรรมหรอกนะครับ ผมเห็นด้วยว่าควรจะต้องมี แต่คุณพ่อคุณแม่จะต้องชั่งใจครับ ว่ามีได้แต่ต้องไม่มากเกินไปครับ

4 ประเด็นนี้ล่ะครับ ที่ผมใช้เป็นเกณฑ์ในการเลือกโรงเรียน ผมค่อนข้างเข้าใจนะครับว่า ประเด็นเรื่องความเชื่อในการเลือกโรงเรียนนั้นค่อนข้าง Sensitive ซึ่งผมยอมรับนะครับว่าการที่คุณพ่อคุณแม่บางท่าน อาจจะคิดแตกต่างจากผม ก็เป็นเรื่องที่เป็นไปได้นะครับ จริงๆ ไม่มีอะไรชี้ชัดหรอกนะครับว่า เกณฑ์ในการเลือกโรงเรียนไหนอย่างไหนถูก อย่างไหนผิด เอาเป็นว่า ในบทความนี้ขอให้คุณพ่อคุณแม่รับทราบไว้ในเบื้องต้นก็แล้วกันนะครับว่า == ถ้าถามความคิดเห็นของผม ผมจะใช้เกณฑ์ 4 ข้อนี้ล่ะครับ ในการตัดสินใจเลือกโรงเรียนให้กับลูกครับ ==

<สนใจสมัครคอร์สเรียน FAN Math>

<สนใจสมัครคอร์สเรียน ACTive English>

<ที่ตั้ง / สาขา SE-ED Learning Center>

<สนใจ Franchise>

===============================
SE-ED Learning Center
เรียนกับซีเอ็ด เก่งพูดอังกฤษ เก่งคณิตอย่างเข้าใจ

สนใจหนังสือแบบฝึกหัดวิชาคณิตศาสตร์ FAN Math <คลิ้ก>
สนใจหนังสือภาษาอังกฤษ ACTive English <คลิ้ก>
สนใจหนังสือภาษาอังกฤษ New Connection <คลิ้ก>
สนใจหนังสือแบบฝึกหัดเสริมทักษะทางคณิตศาสตร์ Creative and Critical Thinking Skills <คลิ้ก>

Tel. 08-1832-2299, 0-2739-8888
Website: www.se-edlearning.com