การแข่งขัน? เราจะสอนให้ลูกเป็นผู้ชนะ และผู้แพ้ที่ดี

การแข่งขัน? เราจะสอนให้ลูกเป็นผู้ชนะ และผู้แพ้ที่ดี

โดย ดร. วิโรจน์ ลักขณาอดิศร
– – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – –

จากโพสต์ก่อนหน้า ที่ผมอธิบายจากคลิปการแข่งขันจักรยานประเภททีม จริงๆ จะอธิบายต่อจากคลิปจักรยานก็ได้ครับ แต่ผมคิดว่าในประเด็นที่ผมกำลังจะอธิบายอยู่นี้ การให้ดูคลิปการแข่งขันรักบี้ น่าจะเป็นตัวอย่างที่ดีกว่าครับ

อย่างที่ผมอธิบายไปว่า == ลูกของเราต้องเติบโตขึ้น และอาศัยอยู่ในโลกที่มีการแข่งขัน == ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่ต้องสอนให้ลูกมีมุมมองของการแข่งขันที่สร้างสรรค์ เชื่อไหมครับว่า การแข่งขันในโลกแห่งความเป็นจริง การแข่งขันอะไรที่เป็นเดี่ยวๆ นี่น้อยกว่าการแข่งขันประเภททีมนะครับ คนทำงานเก่งแบบ One Man Show จะประสบความสำเร็จได้แค่ระดับหนึ่งเท่านั้นครับ ถ้าจะประสบความสำเร็จให้มากกว่านี้ จะต้องมีทักษะการทำงานเป็นทีมที่ดีครับ และสามารถนำทีมให้ประสบความสำเร็จได้ ซึ่งเราเรียกสิ่งๆ นี้ว่า == ภาวะผู้นำ (Leadership) == ครับ

slc 020

กีฬารักบี้ เป็นอะไรที่สะท้อนเรื่องนี้ได้ดีมากๆ ครับ เพราะ เป็นกีฬาที่ต้องเคลื่อนที่ไปข้างหน้าเพื่อวางไทร์ แต่การส่งลูกจะต้องส่งไปที่ด้านหลังเสมอ ไม่สามารถส่งลูกขึ้นหน้าได้ ดังน้นผู้เล่นที่อุ้มลูกวิ่งไปข้างหน้า จะต้องมองดูเพื่อนที่อยู่ข้างหลังเสมอ ถ้าทีมที่เก่ง อาจจะไม่ต้องดูด้วยซ้ำครับ คือ ต้องรู้เลยว่า เพื่อนจะวิ่งตามหลังมาในมุมไหน

สำหรับเพื่อนที่ไม่ได้อุ้มลูกรักบี้ ก็ต้องวิ่งตามเพื่อนที่อุ้มลูกรักบี้ให้ทัน พร้อมที่จะรับลูกรักบี้เพื่อวิ่งต่ออยู่ทุกเมื่อ โดยมีเป้าหมายสุดท้ายก็คือ == ใครก็ได้ในทีมเรา ที่วางไทร์ได้ ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นเราก็ได้ หรือจะเป็นเราก็ได้ ==

ผมมักจะสอนเด็กอยู่เสมอว่า เวลาจะสอบอะไรที่โรงเรียน คนที่เก่งจริงๆ จะไม่ได้มองเฉพาะแค่ตัวเองหรอกนะครับ เขาจะมองเพื่อนในกลุ่มของเราด้วย ยิ่งเพื่อนคนไหนสนิทนี่ยิ่งต้องสนใจใหญ่ อะไรที่แนะนำเพื่อได้ ก็ต้องแนะนำเพื่อน เพื่อให้เรา และเพื่อนเรามีผลการเรียนที่ตั้งใจเอาไว้ ไม่เห็นจำเป็นต้องไปสนใจเลยว่า เรา หรือเพื่อนคนไหนใครจะอันดับดีกว่ากัน ขอให้เรา และเพื่อนของเราได้ผลการเรียนที่ดี ตามที่ตั้งใจเอาไว้ หรือเป็นไปตามที่วางแผนเอาไว้ นั่นก็พอแล้ว ถือว่าทีมของเราชนะ

บางทีเพื่อนอาจจะได้คะแนนดีกว่าเราบ้าง บางทีเราอาจจะได้คะแนนดีกว่าเพื่อนบ้าง แต่ขอให้เกาะๆ วิ่งตามกันไป คอยช่วยเหลือ แนะนำกันไป การผลัดกันแพ้ ผลัดกันชนะ บางทีมันสนุกกว่าการที่เราผูกขาดชนะแต่เพียงผู้เดียวนะครับ ถ้าเราชนะแบบทิ้งห่างเพื่อนไปเรื่อยๆ เราจะมีความสุขหรือครับ แล้วถ้าเราเสพติดการชนะล่ะ สมมติว่าเราชนะเพื่อนเรามา 10 ครั้ง เรายิ่งเครียดนะครับ ถ้าครั้งที่ 11 เราแพ้เพื่อนล่ะ หรือต่อให้เราชนะเพื่อนมา 1,000 ครั้ง แล้วเราไปแพ้ในครั้งที่ 1,001 ล่ะ คือ ถ้าคิดแต่จะชนะ พอเราแพ้ปุ๊บเราก็จะเสียใจทันที แม้ว่าเราจะชนะมาก่อนหน้าแล้วกี่ครั้งก็ตาม การชนะครั้งล่าสุด มีโมเมนตัมที่มากกว่าเสมอครับ

ดังนั้น อย่าไปฝักใฝ่ที่การเอาชนะ หรืออันดับที่ดีกว่า หรือคะแนนที่ดีกว่า ขอให้เรา และเพื่อนของเราได้ผลการเรียนที่ดีเกาะกลุ่มกันไป แพ้บ้างชนะบ้าง ไม่เป็นไรครับ

เด็กบางคนเคยถามผมว่า “ถ้าเขาบอกเพื่อน สอนเพื่อน แล้วเพื่อนได้คะแนนมากกว่า เขาก็จะเสียใจนะ อย่างนั้นเขาไม่บอกเพื่อนดีกว่าจะดีไหม” ผมมักจะตอบเด็กคนนั้นว่า การที่เพื่อนได้คะแนนมากกว่าเรา เป็นเพราะเราสอนเพื่อนจริงๆ หรือ ไม่ใช่หรอกมั้ง เป็นเพราะตัวเราเองที่ประมาทมากกว่า ต่อให้เราไม่บอกเพื่อน ข้อสอบข้อนี้เราก็ทำผิดอยู่ดี แล้วเรามั่นใจได้อย่างไรว่า ถ้าเราไม่บอกเพื่อนเรา เพื่อนเราเขาจะไม่สามารถขวนขวายหาความรู้ได้ด้วยตัวเขาเองได้ อาจจะไม่ได้ในครั้งนี้ แต่ไม่ใช่ในทุกๆ ครั้งนับจากนี้แน่ ในที่สุดแต่ละคนย่อมมีวิถีในการเรียนรู้ด้วยตัวเองทั้งนั้น ไม่มีใครพึ่งพาใครไปได้ตลอดหรอกครับ

ผมมักจะสอนเด็กว่า “การส่งลูกให้เพื่อนวางไทร์ เป็นสิ่งที่ดีนะ” เพราะเพื่อนเหล่านั้น เขาจะรับรู้อยู่เสมอว่า “ที่เขาเคยวางไทร์ได้ เพราะเราเคยส่งลูกให้กับเขา และเราก็คิดว่าไม่ว่าเขาจะเป็นคนวางไทร์ หรือเราจะเป็นคนวางไทร์ ทีมของเราก็ชนะทั้งนั้น” ที่สำคัญที่สุด บางทีที่เราวางไทร์ได้ ก็เป็นเพราะเพื่อนส่งลูกให้ก็มีไม่ใช่หรือ เขาก็รับรู้ในความสามารถของเราเช่นกันว่า เราก็วิ่งวางไทร์ได้บ้างเหมือนกัน การยอมรับนับถือฝีมือซึ่งกันและกัน ระหว่างเพื่อน มันสำคัญกว่าการเอาชนะนะครับ

เชื่อไหมว่า เพื่อนเหล่านี้ที่เราเคยส่งลูกให้ ก็จะเติบโตเป็นผู้ใหญ่มาพร้อมกับเรา ในอนาคตเราอาจจะต้องร่วมมือกันทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าการสอบที่โรงเรียนก็ได้ เชื่อไหมครับว่า เรามักจะจำเพื่อนใจดีที่คอยสอนเพื่อนอยู่เสมอจริงไหมครับ และยอมรับในความเก่งของเพื่อนคนนั้นเสมอ ถ้ามีโอกาสที่จะได้ทำงานร่วมกัน มันก็น่าจะเป็นโอกาสที่ดี เราไม่อยากให้เพื่อนนึกถึงเราในแง่มุมนั้นหรือครับ ผมมักจะยกตัวอย่างแบบนี้ให้เด็กๆ ฟังซ้ำไปซ้ำมาเสมอ จนค่อยๆ ซึมเข้าไปจนบ่มเพาะเป็นเจตคติที่ดี

ไม่มีการแข่งขันในโลกแห่งความเป็นจริงใด เป็นการแข่งขัน 100% หรอกนะครับ ทุกๆ การแข่งขันมีการร่วมมืออยู่เสมอ บางทีก็แข่งขันบ้าง ในบางจังหวะก็ต้องร่วมมือ เราแข่งกับใครไม่ได้ทุกครั้งหรอกครับ หลายๆ คนมักจะบอกว่า “การกำจัดคู่แข่งขันที่ดีที่สุด ก็คือ การเอาคู่แข่งขันมาเป็นพันธมิตร”

ทุกครั้งที่มีโอกาส ผมมักจะพูดกับคุณพ่อคุณแม่เสมอครับว่า (อ่านเพิ่มเติม https://goo.gl/MYpFwW) เราต้องสอนให้ลูกรู้จักว่าเวลาใดควรแข่งขัน และเวลาใดควรร่วมมือ อย่าใส่ใจที่ผลแพ้ชนะ การบรรลุวัตถุประสงค์ตามแผน และหน้าที่นั้นสำคัญกว่า ทีมสำคัญกว่า การพัฒนาตนเองของเราหลังการแข่งขันสำคัญกว่า การเกาะกลุ่มนำ และการได้รับการยอมรับนับถือในน้ำใจจากเพื่อนสำคัญกว่า แพ้บ้าง ชนะบ้าง สนุกดีออกครับ

ถ้าหวังว่าจะต้องชนะอย่างเดียว นั่นก็เท่ากับว่าชีวิตเฝ้ารอแต่วันที่จะต้องผิดหวัง เสียใจ เพราะไม่มีใครที่จะชนะไปได้ตลอดจนตาย สุดท้ายมันก็ต้องมีแพ้สักครั้งครับ

<สนใจสมัครคอร์สเรียน FAN Math>

<สนใจสมัครคอร์สเรียน ACTive English>

<ที่ตั้ง / สาขา SE-ED Learning Center>

<สนใจ Franchise>

===============================
SE-ED Learning Center
เรียนกับซีเอ็ด เก่งพูดอังกฤษ เก่งคณิตอย่างเข้าใจ

สนใจหนังสือแบบฝึกหัดวิชาคณิตศาสตร์ FAN Math <คลิ้ก>
สนใจหนังสือภาษาอังกฤษ ACTive English <คลิ้ก>
สนใจหนังสือภาษาอังกฤษ New Connection <คลิ้ก>
สนใจหนังสือแบบฝึกหัดเสริมทักษะทางคณิตศาสตร์ Creative and Critical Thinking Skills <คลิ้ก>

Tel. 08-1832-2299, 0-2739-8888
Website: www.se-edlearning.com