กว่าจะรู้ว่าลูกไม่พร้อมเรียน ก็สายเสียแล้ว

กว่าจะรู้ว่าลูกไม่พร้อมเรียน ก็สายเสียแล้ว ปัญหามันอยู่ที่ Working Memory นี่ล่ะ

โดย ดร. วิโรจน์ ลักขณาอดิศร

– – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – –
.
ผมเชื่อว่าคุณพ่อคุณแม่ทุกท่านทราบดีครับว่า เราต้องเตรียมให้ลูกมีความพร้อมเรียนให้กับลูก ก่อนที่ลูกจะเข้าเรียนในระดับประถมศึกษา ซึ่งเป็นระดับที่ลูกต้องเริ่มเรียนรู้ในสิ่งที่เขาต้อง …
– ทำความเข้าใจในสิ่งที่เรียนเพิ่มมากขึ้น
– นำเอาสิ่งที่เรียนไปแล้วมาเชื่อมโยงกับบทเรียนถัดไป เพื่อต่อยอดการเรียนรู้ หรือนำเอาสิ่งที่เรียนมาประยุกต์ใช้
– ต้องคิดตามระหว่างที่ครูสอน หรือเนื้อหาที่เรียนที่โรงเรียนมากขึ้น
.
ดังนั้นในวัยอนุบาล 3 – ป.3 จึงเป็นวัยที่คุณพ่อคุณแม่ต้องเตรียมให้ลูกมีความพร้อมเรียน หรือมีศักยภาพที่เพียงพอต่อการเรียนรู้ให้ได้ครับ ซึ่งเจ้าความพร้อมเรียนที่ว่านี้ ตัวที่สำคัญมาก ๆ นั่นก็คือ == Working Memory == ครับ
.

slc 023
Working Memory (https://goo.gl/rNjB4r และ https://goo.gl/tGZXOJ) คือ ความสามารถของสมองในการเก็บบันทึก หรือจดจำข้อมูลเพื่อนำมาใช้งาน หรือคิดประมวลผลต่อ คือ ไม่ใช่แค่จำได้นะครับ แต่จำโดยที่รู้ว่าต้องจำไปทำอะไรต่อ แล้วสุดท้ายแล้วต้องทำอะไร มีการวิจัยยืนยันนะครับว่า (https://goo.gl/o8fC4P และ https://goo.gl/dgmESb) เด็กที่มี Working Memory ไม่เพียงพอ นั้นจะมีพฤติกรรมการเรียน ที่เรียนตามเพื่อนไม่ค่อยทัน จดที่ครูพูดก็ช้า จดตามที่ครูเขียนบนกระดานก็ช้า อ่านก็ช้าจับใจความก็ไม่ได้ ซึ่งคุณพ่อคุณแม่รู้ไหมครับว่า == ทำไมเด็กที่มี Working Memory ไม่เพียงพอ ถึงเรียนตามเพื่อน ๆ ในห้องเรียนไม่ทัน ฟังที่ครูอธิบายไม่ค่อยเข้าใจ == เชื่อไหมครับว่าคุณพ่อคุณแม่หลายท่านที่มาปรับทุกข์กับผมว่า “ลูกเรียนตามเพื่อนไม่ทัน” แต่เข้าใจนะครับว่าทำไมลูกถึงเรียนตามเพื่อนไม่ทัน (ถ้าทราบแล้วคุณพ่อคุณแม่จะยิ่งเห็นใจลูกเลยนะครับ) คุณพ่อคุณแม่ลองดูอาการ ดังต่อไปนี้นะครับ
.
1) เด็กที่มี Working Memory ไม่เพียงพอ จะจดจำคำสั่งได้เพียงทีละคำสั่งเท่านั้นครับ เช่น ถ้าคุณแม่บอกเขาว่า ให้เอาปากกามาให้แม่ จากนั้นให้เอายางลบไปวางบนโต๊ะ แล้วเอาไม้บรรทัดไปเก็บไว้ที่ลิ้นชัก เด็กที่มี Working Memory ไม่เพียงพอ บางคนจะจำได้แต่คำสั่งแรก คือ เอาปากกามาให้คุณแม่ แล้วเขาจะถามคุณแม่ว่า “เมื่อกี๊แม่สั่งให้ทำอะไรต่อนะ” ในขณะที่บางคนจะจำได้แต่คำสั่งล่าสุด คือ เอาไม้บรรทัดไปเก็บที่ลิ้นชัก แล้วก็รู้สึกว่าได้ทำภารกิจทุกอย่างเสร็จแล้ว นี่จึงเป็นเหตุผลที่อธิบายได้ว่า ทำไมเด็กที่มี Working Memory ไม่เพียงพอ ถึงเรียนไม่เข้าใจ โดยเฉพาะในวิชาคณิตศาสตร์ เพราะการอธิบายในวิชาคณิตศาสตร์ แต่ละประโยค หรือแต่ละบรรทัดที่คุณครูอธิบาย นั้นจะมีความเชื่อมโยง เกี่ยวเนื่องกันในเชิงเหตุผลเสมอ ถ้าเด็กคนไหนได้หน้า แล้วลืมหลัง หรือจำแต่อันหลัง แล้วลืมอันหน้า จะไม่มีทางเรียนคณิตศาสตร์ได้อย่างเข้าใจเลยครับ
.
2) เด็กที่มี Working Memory ไม่เพียงพอ มักจะเขียนตัวอักษรทั้งภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และตัวเลข ได้ช้ามากๆ ครับ เพราะเขาจำวิธีการเขียน หรือ Stroke ในการเขียนไม่ได้ครับ เวลาเขียนต้องนึกอยู่ตลอดเวลาว่า จะต้องลากเส้นในการเขียนอย่างไร เด็กบางคนเขียน ป. ปลา ด้วยการเขียนวงกลม แล้วค่อย ๆ ลากเส้นตรง 3 เส้นมาต่อกันนะครับ แทนที่จะเขียนเป็นเส้นต่อเนื่องโดยไม่ต้องยกดินสอ ตัวอักษรภาษาอังกฤษ ก็เหมือนกันครับ อย่างเช่น d เด็กบางคนจะเขียนวงกลมด้านซ้ายแล้วก็ลากเส้นตรง แทนที่จะเขียนเป็นเส้นต่อเนื่องโดยที่ไม่ต้องยกดินสอ เด็กที่เขี่ยนตัวอักษรช้า เวลาจะจดบันทึกที่ครูเขียนบนกระดานก็จะช้ามาก ๆ ครับ
– บางทีเขียนไม่ทัน ครูก็ลไปเสียก่อน หรือบางทีครูก็ไปอธิบายเรื่องอื่นแล้ว
– เด็กที่เขียนได้เร็ว จะมีเวลาหยุดพักเป็นช่วง ๆ ทำให้เรียนได้ไม่ล้า ในขณะที่เด็กเขียนช้า จะเหนื่อยมาก ๆ เพราะพอเพิ่งจะลอกประโยคหนึ่งเสร็จ ครูก็เขียนประโยคใหม่ให้ลอกตามอีกแล้ว แถมทั้งชั่วโมงแค่ลอกให้ทันก็เหนื่อยแล้วครับ ไหนเลยจะมีเวลามาฟังครูอธิบาย
.
ผมแนะนำนะครับว่า เด็กอนุบาล 3 – ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 (ขึ้นอยู่กับประเภทโรงเรียนว่าสอนเรื่องการอ่าน และการเขียนเมื่อใด) น่าจะต้อง
– สามารถเขียน a – z ซึ่งมีทั้งสิ้น 26 ตัวอักษร ให้ได้ภายใน 30 วินาทีครับ (ไม่จำเป็นต้องตัวบรรจง) (เฉลี่ยตัวอักษรละ 1 วินาที นั่นเอง)
– สามารถเขียน ก – ได้ภายใน 50 วินาที (เฉลี่ยตัวอักษรละ 1 วินาที นั่นเอง)
– สามารถเขียนเลข 1 – 10 ได้ภายใน 10 วินาที (เฉลี่ยตัวเลขละ 1 วินาที นั่นเอง)
Note: เรื่องการจับเวลา นี่อาจจะเรียกว่า “Record เวลา ” ก็ได้นะครับ คือเป็นการบันทึกเวลาเพื่อให้มั่นใจว่าลูกสามารถทำในสิ่งที่เขาพึงจะทำได้ในวัยนั้น (หรือที่โรงเรียนสอนแล้ว เขาทำได้แล้ว ไม่ใช่ไปฝึกในสิ่งที่เขายังไม่ได้เรียน หรือทำอะไรที่เกินวัยนะครับ) เพื่อให้เรามั่นใจว่าเขาสามารถทำสิ่ง ๆ นั้นได้คล่องขึ้นเร็วขึ้นครับ ไม่ได้หมายถึงว่าเราต้องตั้งเป้าเวลา แล้วเอาเป็นเอาตายนะครับ
.
3. เด็กที่มี Working Memory ไม่เพียงพอบางคนแม้ว่าจะเขียนตัวอักษรได้ดีเร็วในระดับหนึ่ง แต่ไม่สามารถจำเป็นคำ แล้วเขียนเป็นคำได้ (ถ้าจะให้ดีต้องจำเป็นประโยค เขียนเป็นประโยค) เด็กที่มี Working Memory ไม่เพียงพอ เวลาจะเขียนคำว่า student จะมอง s แล้วเขียน s มอง t แล้วเขียน t มอง u แล้วเขียน u … จนถึงมอง t แล้วเขียน t ในขณะที่เด็กที่มี Working Memory ที่พร้อม พอมองคำว่า student ปุ๊บ ก็สามารถเขียน student ที่สมุดได้ทันที โดยไม่ต้องมองทีละคำ ภาษาไทยก็เหมือนกันครับ เด็กบางคนเขียนคำว่า กางเกง นี่ต้องมอง ก.ไก่ แล้วเขียน ก.ไก่ มอง สระอา แล้วเขียนสระอา มองทีเขียนทีจนถึง ง. ครับ เห็นรึยังครับว่า เด็กที่มี Working Memory ไม่เพียงพอ นั้นจะมีความทุกข์ในการเรียนเพียงไร น่าเห็นใจมาก ๆ นะครับ
.
ผมแนะนำนะครับว่า เด็ก ป.2 ควรจะต้องเขียนคำทั้งภาษาไทย และภาษาอังกฤษ ตามที่บอกจำนวน 20 คำ (ที่เขาเคยเรียนมาแล้ว) ได้ภายใน 100 – 120 วินาทีนะครับ คุณพ่อคุณแม่สามารถทดสอบลูกได้ด้วยตนเองเลยครับ
.
4. เด็กที่มี Working Memory ไม่เพียงพอ มักจะอ่านได้ช้ามากๆ ครับ เพราะเด็กเหล่านี้ไม่ได้อ่านเป็นคำ หรือหลายๆ คำเชื่อมกันในคราวเดียว แต่มักจะอ่านสะกดทีละพยาง อย่างเช่นประโยค “อีกาสามารถบินได้” เขาจะอ่านเป็น อี ……… กา ………… สา ………….. มา …………. รถ …………… บิน ………… ได้
.
ลองถ้าอ่านแบบนี้นอกจากจะช้าแล้ว ยังไม่มีทางจับใจความได้เลยครับ พออ่านช้า อ่านจับใจความไม่ได้ ก็แทบไม่มีเวลาจะมาคิดตามที่ครูสอนในห้องเรียนแล้วครับ โดยส่วนมากผมจะแนะนำให้คุณพ่อคุณแม่พยายามสนับสนุนให้ลูกอ่านหนังสือเยอะ ๆ อ่านหนังสือเล่มที่ชอบ พยายามกระตุ้นให้เขาอ่านให้เร็ว อ่านให้คล่องให้ได้ครับ โดยทั่วไป เด็กในวัย ป.1 ควรจะอ่านหนังสือในระดับตามวัยของเขา ให้ได้ในระดับความเร็ว 2 พยางค์ต่อ 1 วินาทีนะครับ (อย่างช้าสุด 1 พยางค์ต่อ 1 วินาที) คุณพ่อคุณแม่สามารถตรวจสอบศักยภาพของลูก ด้วยการหยิบเอาหนังสือที่เขาเรียนไปแล้ว มานับพยางค์ดูก่อน จากนั้นให้เขาอ่าน และทดลองจับเวลาดูครับว่าเขามี Reading Speed ที่ดีเพียงพอหรือไม่
.
5. เด็กที่มี Working Memory ไม่เพียงพอ มักจะมีปัญหาในการคิดในใจ แม้ว่าโจทย์เลขที่จะให้คิดในใจนั้นจะเป็นไปตามวัยก็ตาม เพราะเด็กไม่สามารถสร้างภาพในหัวได้ ไม่สามารถลำดับขั้นตอนในการคิดคำนวณในหัวโดยที่ไม่มีกระดาษทดได้ หรือไม่ได้นับนิ้วได้ เด็กไม่สามารถนึกถึงภาพนิ้วในใจได้ สร้างภาพประหนึ่งทดบนอากาศได้
.
ผมจึงมักแนะนำเสมอว่า การคิดเลขในใจ นั้นจำเป็นมาก ๆ ครับ และคุณพ่อคุณแม่ควรฝึกให้ลูกคิดเลขในใจโดยที่ไม่ต้องนับนิ้วให้ได้ เด็ก ป.1 ที่ต้องเน้นเลยก็คือ Number Bond (การแตกจำนวนจำนวนหนึ่ง ออกมาเป็นผลบวกของจำนวน 2 จำนวน) ของจำนวนที่ไม่เกิน 10 ครับ เช่น 8 = ? + 5 เด็กควรตอบได้ทันทีว่า 3 ครับ หรือ 6 = ? + 1 เด็กควรต้องได้ทันทีว่า 5 ฝึกบ่อย ๆ ฝึกทุกวันครับ เดี๋ยวเด็กจะชินเองครับ
.
อย่างไร ตั้งแต่ ป.1 – ป.3 (บวก ลบ คูณ หาร ทศนิยม เศษส่วน) การฝึกคิดในใจยังคงจำเป็นมากครับ คุณพ่อคุณแม่สามารถหาซื้อหนังสือคณิตคิดเร็วมาให้ลูกฝึกได้จากร้านหนังสือทั่วไปครับ แต่การฝึกที่ดีต้องจับเวลาด้วยนะครับ (ส่วนมากที่หนังสือแบบฝึกหัด เขาจะมีบอกไว้ครับว่า แบบฝึกหัด 1 ชุด ให้เวลากี่นาที) คุณพ่อคุณแม่บางท่านซื้อมาให้ลูกทำ แต่ไม่กำหนดเวลา คือ มันก็ได้ประโยชน์นะครับ แต่จะได้ในเชิงของฝึกทักษะคำนวณเท่านั้นครับ แต่ไม่ได้ฝึกในส่วนของ Working Memory ครับ
.
6. เด็กไม่สามารถคิดตัดตอนได้ อย่างเช่น ถ้าถามว่า ตัวอักษรได้ที่อยู่ก่อนหน้า M เด็กจะต้องท่องเพลง ABC โดยเริ่มตั้งแต่ A B C D,… เสมอครับ แต่เด็กที่มี Working Memory ที่ดี จะสามารถตัดตอน เป็น L M N และตอบได้ทันทีว่า L โดยที่ไม่ต้องท่องไล่ตั้งแต่ A B C ครับผม สำหรับสูตรคูณก็เหมือนกันนะครับ เด็กที่มี Working Memory จำกัด เวลาถูกถามว่า 9 x 8 เท่ากับเท่าไหร่ จะต้องท่องไล่ตั้งแต่ 9 x 1 = 9, 9 x 2 = 18, 9 x 3 = 27,…, จนถึง 9 x 8 = 72 ในขณะที่เด็กที่มี Working Memory ที่เพียงพอ แค่พูดทานซ้ำว่า 9 x 8 ก็จะตอบได้ทันทีว่า 72 ครับ
.
ผมเชื่อว่าบทความนี้จะทำให้คุณพ่อคุณแม่เข้าใจถึงสาเหตุของเด็กที่เรียนตามไม่ทันเพื่อนได้อย่างเข้าใจมากยิ่งขึ้นนะครับ ผมทราบดีครับว่า ปัญหาการเรียนตามเพื่อนไม่ทันของเด็ก อาจจะมีสาเหตุมาจากหลายสาเหตุ แต่ผู้ต้องสงสัย ที่เราจะไม่นึกถึงเลยไม่ได้ นั่นก็คือ Working Memory ที่ไม่เพียงพอครับผม ซึ่งบทความในตอนต่อไป ผมจะมาแนะนำแนวทางในการเพิ่ม Working Memory ให้กับเด็กในระดับอนุบาล – ระดับประถมศึกษาครับ (4 – 12 ปี)
.
จริงๆ ผมไม่อยากให้คุณพ่อคุณแม่กะเกณฑ์ในเรื่องของอายุของเด็กเป็นที่ตั้งเท่าไหร่ครับ จุดประสงค์สำคัญของผมก็คือ == การมั่นใจว่า เด็กสามารถทำในสิ่งที่เขาได้เรียนแล้วจากโรงเรียน หรือทำในสิ่งที่วะยของเขาควรจะทำได้ ให้เร็ว ให้คล่องครับ โดยเฉพาะการอ่าน การเขียน และการตอบสนองในชั้นเรียน ==
.
เด็กที่อ่านได้ช้า เขียนได้ช้า หรือตอบสนองในชั้นเรียนได้ช้า (การแยกซ้ายขวา แยกสี แยกรูปทรง การเปรียบเทียบจำนวน การรู้ทิศทางหน้าหลังขวาซ้าย การแบ่ง Category และการทำตามคำสั่งต่าง ๆ) เมื่อสัมพัทธ์กับเพื่อนที่โรงเรียนเดียวกัน หรือวัยเดียวกัน เขาจะไม่มีความสุขในการเรียนรู้เลยครับ และจะรู้สึกว่าเขาล้ามาก ๆ กับการเรียน ก็ในเมื่อเขาใช้เวลาเขียน เวลาอ่านจับใจความนานกว่าคนอื่น ๆ เขาก็จะเหลือเวลาคิดตาม คิดวิเคราะห์ คิดเชื่อมโยง ได้น้อยกว่าคนอื่น
.
เด็กที่อ่านเร็ว เขียนเร็ว ก็จะมีเวลาคิดที่มากเพียงพอ พอคิดเช้าใจแล้ว ก็อาจจะยังพอมีเวลาพักสักระยะเป็นช่วงๆ ทำให้การเรียนดูไม่ตึงมากครับ แต่ในขณะเด็กที่อ่านช้า เขียนช้า นี่จะต้องเหนื่อยแข่งกับเวลามาก เพราะกว่าจะอ่านเข้าใจ กว่าจะจดทัน ก็แทบจะไม่ได้ฟังครูเลย กว่าจะคิดเข้าใจได้ เงยหน้ามาอีกทีครูก็ไปสอนในเรื่องอื่นแล้ว และก็จะต่อไม่ติดครับ
.
ผมไม่ได้เจาะจงว่า อ.3 ครับ จะเป็น ป.1 ก็ได้ ป.2 ก็ได้ แต่เมื่อคุณพ่อคุณแม่มั่นใจแล้วว่า เขาอยู่ในวัยที่ต้องทำสิ่งๆ นั้นได้แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการอ่าน การเขียน การเปรียบเทียบจำนวน การแยกรูปทรง การแยกสี การจัดกลุ่ม ฯลฯ คุณพ่อคุณแม่ต้องใช้กุศโลบายให้เขาทำสิ่ง ๆ นั้นให้คล่อง ให้เร็วที่สุด เพราะนี่คือความพร้อมเรียนครับ
.
การที่เขาพอทำเรื่องๆ หนึ่งได้ แต่ยังไม่คล่อง แล้วเราก็รีบเร่งจะให้เขาเรียนล่วงหน้า เช่น ลูกอยู่ ป.1 ก็พยายามจะเอาเนื้อหา ป.2 – ป.3 มาฝึกให้ลูกทำ ผมไม่ค่อยสนับสนุนครับ เพราะนั่นเป็นการเรียนล่วงหน้าครับ ผมว่าการ Enrichment สำคัญกว่า อ.3 – ป.2 เป็นช่วงของการวางรากฐาน เหมือนกับเราถมดินในพื้นที่แล้วเราควรจะต้องบดอัดหลาย ๆ ครั้งจนฐานมันแน่น แล้วค่อยตอกเสาเข็ม ก่อสร้างบ้าน ถ้าเราไม่ให้ความสนใจกับการบดอัด แล้งเร่งก่อสร้าง ผมห่วงมาก ๆ ว่าบ้านที่สร้างจะมีรอยร้าว พื้นทรุด การตามซ่อมมันยากจริง ๆ ครับ
.
สรุปนะครับ ผมสนับสนุนการฟิตของเด็ก ให้เขาทำในสิ่งที่เขาทำได้ตามวัย ตามสิ่งที่เขาได้เรียนแบ้วที่โรงเรียน ให้เร็วขึ้น แต่ไม่สนับสนุนการเรียนล่วงหน้านะครับ

<สนใจสมัครคอร์สเรียน FAN Math>

<สนใจสมัครคอร์สเรียน ACTive English>

<ที่ตั้ง / สาขา SE-ED Learning Center>

<สนใจ Franchise>

===============================
SE-ED Learning Center
เรียนกับซีเอ็ด เก่งพูดอังกฤษ เก่งคณิตอย่างเข้าใจ

สนใจหนังสือแบบฝึกหัดวิชาคณิตศาสตร์ FAN Math <คลิ้ก>
สนใจหนังสือภาษาอังกฤษ ACTive English <คลิ้ก>
สนใจหนังสือภาษาอังกฤษ New Connection <คลิ้ก>
สนใจหนังสือแบบฝึกหัดเสริมทักษะทางคณิตศาสตร์ Creative and Critical Thinking Skills <คลิ้ก>

Tel. 08-1832-2299, 0-2739-8888
Website: www.se-edlearning.com