ACTive English

หลักสูตรภาษาอังกฤษ ACTive English (อ.2 – อ.3, ป.1 – ป.6, ม.1 – ม.3)

“หลักสูตรเข้มข้น ในมาตรฐานยุโรป (CEFR) เน้นการออกเสียง (Phonics) ฟัง พูด อ่าน เขียน แบบครบวงจร”

  • เน้นพัฒนาทักษะการสื่อสาร และทักษะใช้ภาษาอังกฤษ ฟัง พูด อ่าน เขียน ตามโครงสร้างประโยค และวงคำศัพท์ในมาตรฐาน CEFR ของสหภาพยุโรป

  • นักเรียนจะมีความมั่นใจในการเรียนภาษาอังกฤษ คุ้นเคย และกล้าที่จะใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสาร ภายในระยะเวลา 1 เดือน

  • ระดับ Starter, Level 1 – 5 เรียนแบบ Modular Approach เน้นการปูพื้นฐานแบบค่อยเป็นค่อยไป

  • Level 6 – 12 เรียนแบบ Intensive Course และ Practice Coaching Model เน้นการพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษให้กับนักเรียนอย่างรวดเร็ว ยืดหยุ่น เต็มตามศักยภาพเป็นรายบุคคล

Note: สำหรับนักเรียนระดับชั้น อ.2 – อ.3 สามารถเรียนในหลักสูตรพัฒนาทักษะการออกเสียง Phonics World เพื่อทำให้นักเรียนสามารถออกเสียงภาษาอังกฤษได้อย่างถูกต้อง

Website: http://www.act-english.com

email: act-english@se-ed.com

Tel. 0-2325-9068-9, 08-9969-9607 (ศูนย์การเรียนรู้สำนักงานใหญ่ ชั้น 4 พาราไดซ์พาร์ค ถ. ศรีนครินทร์ กรุงเทพฯ โทรศัพท์สอบถามได้ในวันอังคาร – อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 10.00 – 18.00 น. หยุดทุกวันจันทร์ แต่ในช่วงปิดเทอมเปิดทุกวัน)

Tel. 0-2739-8888 (ฝ่ายวิชาการ โทรได้วันจันทร์ – ศุกร์ ตั้งแต่เวลา 9.00 – 17.00 น.) หรือโทรศัพท์มือถือ 08-1832-2299, 08-6325-7000, 09-1889-9492 (โทรได้ทุกวันจันทร์ – อาทิตย์)

หลักสูตรฝึกทักษะภาษาอังกฤษเข้มข้นในมาตรฐานยุโรป (CEFR) ที่เน้นการออกเสียง (Phonics) พร้อมๆ กับการพัฒนาทักษะการฟัง พูด อ่าน เขียน ครบทั้ง 4 ทักษะ ผ่านสื่อ Interactive Multimedia และ English Online Edutainment ที่ทันสมัยที่สุด ทำให้ทักษะภาษาอังกฤษของนักเรียนดีขึ้นอย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และได้ผลกว่าการเรียนแบบเดิมๆ โดยนักเรียนจะมีความมั่นใจในการเรียนภาษาอังกฤษ และกล้าที่จะใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสารภายในระยะเวลา 1 เดือน

Note: สำหรับนักเรียนชั้นอนุบาล 2 – 3 ฝ่ายวิชาการภาษาอังกฤษ SE-ED Learning Center ได้ออกแบบหลักสูตรพัฒนาทักษะการออกเสียง Phonics World ซึ่งมีด้วยกัน 2 ระดับ คือ Phonics World 1&2 และ Phonics World 3 โดยเน้นการพัฒนาทักษะการออกเสียงภาษาอังกฤษ และการสะกดคำให้ถูกต้อง ตลอดจนปูพื้นฐานการเข้าใจความหมายของคำศัพท์จากภาพ และภาษากาย แทนการแปล ซึ่งเป็นการเรียนภาษาอังกฤษที่ถูกต้อง โดยหลักสูตร Phonics World นี้นอกจากจะทำให้นักเรียนมีพื้นฐานภาษาอังกฤษที่แน่น พร้อมที่จะเรียนในระดับ Starter หรือ Level 1 แล้ว ยังทำให้นักเรียนมีเจตคติที่ดีกับการเรียนภาษาอังกฤษเป็นอย่างมาก

<สนใจสมัครเรียนที่สำนักงานใหญ่ SE-ED Learning Center ชั้น 2 พาราไดซ์พาร์ค ถ. ศรีนครินทร์ กรุงเทพฯ>

<ดาวน์โหลดเอกสารแนะนำหลักสูตร>

<สาขาที่เปิดสอน ACTive English>

<สนใจแฟรนไชส์ ACTive English>

  • เป็นหลักสูตรภาษาอังกฤษที่เน้นการฝึกพูดภาษาอังกฤษ เพราะซีเอ็ดเชื่อว่า “ยิ่งนักเรียนได้มีโอกาสได้พูด หรือได้ใช้ภาษาอังกฤษบ่อยมากเท่าไหร่ ก็จะมีทักษะในการใช้ภาษาอังกฤษ (English Proficiency) มากขึ้นเท่านั้น ดังนั้นหลักสูตร ACTive English จึงเป็นหลักสูตรที่ทำให้นักเรียนได้ฝึกพูด ฝึกใช้ภาษาอังกฤษได้มากกว่าการเรียนในหลักสูตรอื่นๆ ถึง 10 เท่าตัว!!!
  • ใช้สื่อ Interactive Multimedia ที่ทันสมัยในการสอน ทำให้นักเรียนรู้สึกมีส่วนร่วมในการเรียนรู้ รู้สึกว่าการเรียนภาษาอังกฤษเป็นสิ่งที่จับต้องได้ สัมผัสได้ เข้าถึงได้ และมั่นใจว่าตนเองก็พูดได้
  • การเรียนการสอนภายในห้องเรียนจะอยู่ในรูปแบบของกิจกรรมการเรียนรู้ (Activity Based Learning) ที่ทำให้นักเรียนสนุกสนาน
  • มีระบบ English Online Edutainment ที่อยู่ในรูปแบบเกมออนไลน์ภาษาอังกฤษ ซึ่งทำให้นักเรียนได้ทบทวนบทเรียน และฝึกทักษะภาษาอังกฤษผ่านการเล่นเกม (เกม Magic Fighter) เป็นกุศโลบายที่ทำให้นักเรียนมีพัฒนาการทางทักษะภาษาอังกฤษได้อย่างรวดเร็ว โดยอัตโนมัติ นักเรียนรู้สึกว่าการเรียนภาษาอังกฤษเป็นเรื่องที่สนุก และไม่เป็นภาระที่น่าเบื่อหน่าย
  • หลักสูตรภาษาอังกฤษ ACTive English เป็นหลักสูตรที่ได้รับการออกแบบภายใต้กรอบมาตรฐานการเรียนภาษาของสหภาพยุโรป (CEFR: Common European Framework of Reference for Languages) และแบบทดสอบทักษะภาษาอังกฤษในระดับสากล Cambridge Young Learners English Tests (CYLET) และ Anglia English Proficiency Examinations
  • มีระบบ Learning Management System (LMS) ที่ทำให้คุณพ่อคุณแม่ติดตามพัฒนาการของบุตรหลาน ได้อย่างใกล้ชิด

<เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ CEFR>

Download (PDF)

หมายเหตุ:

แนวคิดในการจัดการเรียนการสอนของหลักสูตรภาษาอังกฤษ ACTive English นั้นมีความสอดคล้องกับแนวคิดของระบบ – – ห้องเรียนกลับด้าน (Flipped Classroom) – – ที่ Jonathan Bergmann และ Aaron Sams ครูวิชาเคมีของโรงเรียน Woodland Park High School ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้ค้นคิดขึ้น ซึ่งแนวคิดของ Flipped Classroom นั้นเป็นระบบการเรียนรู้ที่ครูจะใช้กุศโลบาย และสื่อการเรียนรู้ที่ทันสมัย ในการจูงใจให้นักเรียนได้เรียนรู้ด้วยตนเองอย่างสนุกสนานผ่านสื่อ Interactive Multimedia, e-Learning หรือ Animation ในเบื้องต้นก่อน โดยสื่อต่างๆ เหล่านั้น จะได้รับการออกแบบให้มีการลำดับเรื่องราวที่ดีเป็นขั้นเป็นตอนเพื่อสร้างความเข้าใจให้กับนักเรียน ตลอดจนมีการออกแบบสร้างสรรค์ให้อยู่ในรูปแบบที่ทำให้นักเรียนรู้สึกสนุกสนานกับการเรียนรู้ด้วยตนเอง และเมื่อนักเรียนได้เรียนรู้ด้วยตนเองจนสามารถเข้าใจหลักการพื้นฐานในระดับหนึ่งแล้ว ก็จะทำให้การเรียนรู้กับครูในห้องเรียนมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำให้การเรียนรู้ในห้องเรียนสามารถทำให้นักเรียนเข้าใจ และเชื่อมโยงเนื้อหาต่างๆ  ตลอดจนเรียนรู้ต่อยอดได้อย่างเข้าใจมากขึ้น ได้ฝึกฝนทักษะสำคัญๆ จนเกิดชำนาญมากขึ้น

สำหรับนักเรียนชั้นอนุบาล 2 – 3 ฝ่ายวิชาการภาษาอังกฤษ SE-ED Learning Center ได้ออกแบบหลักสูตรพัฒนาทักษะการออกเสียง Phonics World ซึ่งมีด้วยกัน 2 ระดับ คือ Phonics World 1&2 และ Phonics World 3 โดยเน้นการพัฒนาทักษะการออกเสียงภาษาอังกฤษ และการสะกดคำให้ถูกต้อง ตลอดจนปูพื้นฐานการเข้าใจความหมายของคำศัพท์จากภาพ และภาษากาย แทนการแปล ซึ่งเป็นการเรียนภาษาอังกฤษที่ถูกต้อง โดยหลักสูตร Phonics World นี้นอกจากจะทำให้นักเรียนมีพื้นฐานภาษาอังกฤษที่แน่น พร้อมที่จะเรียนในระดับ Starter หรือ Level 1 แล้ว ยังทำให้นักเรียนมีเจตคติที่ดีกับการเรียนภาษาอังกฤษเป็นอย่างมาก

 <ดาวน์โหลด eBook: ครูเพื่อศิษย์สร้างห้องเรียนกลับทาง>

ความเป็นมาของหลักสูตร ACTive English

สำหรับปัญหาทักษะภาษาอังกฤษ (การฟัง พูด อ่าน และเขียน) ของเด็กไทย ที่เรียนภาษาอังกฤษมา 12 – 15 ปี แต่ไม่สามารถพูดภาษาอังกฤษได้ SE-ED Learning Center ได้ศึกษาปัญหาดังกล่าวนี้ จนสามารถสรุปได้ว่า โดยทั่วไปแล้วในประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาแม่ เด็กจะใช้ภาษาอังกฤษผ่านการฟัง พูด อ่าน เขียน ไม่น้อยกว่า 1,000,000 คำต่อปี และเมื่อเด็กได้ใช้ภาษาในการสื่อสารอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 6 ปี หรือได้ใช้ภาษาอังกฤษไม่น้อยกว่า 6,000,000 คำ เด็กจะสามารถสื่อสารได้อย่างคล่องแคล่ว SE-ED Learning Center พบว่าการเรียนภาษาอังกฤษในประเทศไทยด้วยวิธีแบบเดิมๆ ทำให้เด็กไทยใช้ภาษาอังกฤษได้เพียง 60,000 – 80,000 คำต่อปี เท่านั้น หากจะทำให้เด็กไทยสามารถพูดภาษาอังกฤษในระดับที่สื่อสารได้ (หรือประมาณ 50% ของเจ้าของภาษา) จะต้องใช้เวลามากกว่า 40 ปี เลยทีเดียว ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า   “การเรียน (Study)”   ภาษาอังกฤษ ด้วยรูปแบบดั้งเดิม ไม่ว่าจะเรียนกับคุณครูชาวไทย หรือคุณครูชาวต่างชาติ ก็ไม่มีทางที่จะทำให้เด็กไทยพูดภาษาอังกฤษได้เลย เพราะนักเรียนไม่มีโอกาสที่จะได้พูด ได้ใช้ภาษาอังกฤษในอัตราที่มากขึ้น  ดังนั้นรูปแบบของการเรียนภาษาอังกฤษในรูปแบบใหม่ จึงควรจะอยู่ในรูปแบบที่สามารถ “เพิ่มอัตราการใช้ภาษาอังกฤษ (English Use Rate)”  ให้กับนักเรียนได้อย่างมีนัยสำคัญ จึงจะเป็น Solution ที่ทำให้เด็กไทยพูดภาษาอังกฤษได้อย่างคล่องแคล่วมากกว่าที่เป็นอยู่นี้    “คุณพ่อคุณแม่ และผู้ปกครองเชื่อในแบบที่ SE-ED Learning Center เชื่อหรือไม่?

ด้วยเหตุนี้ SE-ED Learning Center จึงได้ผสานความร่วมมือกับฝ่ายเทคโนโลยีทางการศึกษาด้านภาษาอังกฤษของ LiveABC Interactive Corporation (ซึ่งเป็นบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญในการออกแบบหลักสูตรการสอนภาษาอังกฤษโดยใช้สื่อ Interactive Multimedia ที่ทันสมัย) ในการวิจัย และพัฒนาหลักสูตรภาษาอังกฤษ ACTive English  ซึ่งเป็นหลักสูตรภาษาอังกฤษสำหรับเด็กอายุ 5 – 12 ปี (อนุบาล – ป.6)  ทำให้หลักสูตรภาษาอังกฤษ ACTive English เป็นหลักสูตรที่มุ่งสร้างทักษะการใช้ภาษาอังกฤษ (English Proficiency) ที่ทำให้เด็กสนุกสนานกับ “การฝึกใช้” ภาษาอังกฤษ และสามารถ “เพิ่มอัตราการใช้ภาษาอังกฤษ (English Use Rate) ทั้ง การฟัง พูด อ่าน เขียน ได้มากกว่าการเรียนภาษาอังกฤษในหลักสูตรอื่นๆ ถึง 10 เท่า”  ทำให้คุณพ่อคุณแม่สามารถเห็นพัฒนาการทางภาษาที่ก้าวกระโดดอย่างเป็นรูปธรรมภายใน 100 ชั่วโมงการเรียนรู้

ACTive English เป็นหลักสูตรที่เน้นการเพิ่มอัตราการใช้ภาษาอังกฤษของนักเรียน อย่างครบวงจร ผ่านการเรียนในห้องเรียนที่อยู่ในรูปแบบของกิจกรรม (Activity Based Learning) ผ่านสื่อ Interactive Multimedia ที่สนุกสนาน นอกจากนี้นักเรียน ยังสามารถฝึกฝนการใช้ภาษาอังกฤษได้ด้วยตนเองผ่านระบบ e – Learning ที่อยู่ในรูปแบบ English Online Game (เกม Magic Fighter) และการอ่านหนังสือนอกเวลาภาษาอังกฤษแบบ Extensive Reading อย่างเพลิดเพลินที่บ้านได้อีกด้วย

ด้วยเหตุนี้ จึงสามารถสรุปหลักการสำคัญในการเรียนภาษาอังกฤษของ ACTive English ได้ว่า

  1. ACTive English เชื่อว่า “ยิ่งนักเรียนได้ใช้ภาษาอังกฤษได้บ่อยแค่ไหน นักเรียนก็ยิ่งมั่นใจในการใช้ภาษาอังกฤษ และเก่งภาษาอังกฤษมากขึ้นเท่านั้น”
  2. ACTive English เชื่อว่า “ลำพังแค่เรียนภาษาอังกฤษในห้องเรียน ไม่อาจทำให้เด็กพูดภาษาอังกฤษได้ การฝึกภาษาอังกฤษนอกห้องเรียน จึงเป็นส่วนที่สำคัญมากๆ ซึ่งเด็กจะต้องรู้สึกสนุกกับการฝึกภาษาอังกฤษด้วยตนเอง โดยไม่รู้สึกว่ามีภาระที่น่าเบื่อหน่าย”

ด้วยระบบในการเรียนภาษาอังกฤษ “แบบเน้นการฝึกใช้ภาษาอังกฤษอย่างสนุกสนาน โดยที่นักเรียนไม่รู้สึกว่าเป็นภาระที่น่าเบื่อหน่าย” ของหลักสูตรภาษาอังกฤษ ACTive English จะสามารถทำให้นักเรียนได้มีโอกาสได้ใช้ภาษาอังกฤษในแต่ละสัปดาห์มากกว่าการเรียนภาษาอังกฤษเสริมในหลักสูตรอื่นๆ ถึง 10 เท่าตัว ด้วยกัน เพราะโดยทั่วไปแล้วการเรียนภาษาอังกฤษเสริม ในหลักสูตรอื่นๆ มักจะเรียนสัปดาห์ละ 2 ชั่วโมง ซึ่งจริงๆ แล้วนักเรียนจะมีโอกาสได้ “ฝึกใช้ ฝึกพูดภาษาอังกฤษ” เพียง 1 ใน 3 เท่านั้น หรือไม่ถึง 1 ชั่วโมงต่อสัปดาห์เท่านั้น ส่วนเวลาที่เหลือในชั้นเรียน ครูก็มักจะมอบหมายให้นักเรียนก็ง่วนกับการจดบันทึกบนกระดาน หรือกิจกรรมอื่นใด ที่นักเรียนไม่ได้ “ฝึกพูด หรือฝึกใช้ภาษาอังกฤษ” ซึ่งต่อให้นักเรียนได้เรียนกับครูฝรั่งเจ้าของภาษาก็ตาม แต่ด้วยโอกาสที่นักเรียนได้ฝึกพูด ได้ใช้ภาษาอังกฤษเพียง 1 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ไม่อาจทำให้นักเรียนสามารถพูดภาษาอังกฤษได้เลย

แต่สำหรับหลักสูตรภาษาอังกฤษ ACTive English นั้น มีระบบในการเรียนการสอน โดยมุ่งการ “ฝึกใช้ภาษาอังกฤษ” ดังนี้

  • หลักสูตร ACTive English มีแผนการสอนที่กำหนดให้ครูผู้สอนใช้ภาษาอังกฤษในการสอนไม่น้อยกว่า 80% (โดยจะอนุญาตให้ครูใช้ภาษาไทยในการอธิบายในกรณีที่ครูต้องการที่จะกำหนดกติกาเพื่อควบคุมชั้น หรือแปลคำศัพท์บางส่วน เพื่อช่วยให้นักเรียนได้เข้าใจในบทเรียน แต่จะต้องดำเนินการหลังจากที่ครูได้พยายามอธิบายด้วยประโยคง่ายๆ ช้าๆ การสาธิต ใช้รูปภาพ หรือใช้กิริยาท่าทางประกอบ อย่างสุดความสามารถแล้ว แต่นักเรียนยังไม่สามารถเข้าใจได้ และถ้านักเรียนไม่เข้าใจก็จะไม่สามารถร่วมกิจกรรมการเรียนรู้นั้นได้ หลักสูตรจึงจะอนุญาตให้ครูผู้สอนใช้ภาษาไทยช่วย)
  • หลักสูตร ACTive English ใช้กิจกรรมการเรียนรู้เพื่อจูงใจให้นักเรียนได้พูดภาษาอังกฤษได้ฝึกพูด ฝึกใช้ภาษาอังกฤษภายในห้องเรียนไม่ต่ำกว่า 80% ของเวลาเรียนในห้องเรียน ซึ่งโดยปกติแล้วในการเรียนภาษาอังกฤษในหลักสูตร ACTive English ในแต่ละสัปดาห์ จะมีเวลาเรียนทั้งสิ้น 2 ชั่วโมง ซึ่งโดยนโยบายแล้ว ภายในเวลา 2 ชั่วโมงในห้องเรียน ครูจะต้องใช้ภาษาอังกฤษในการสอน และใช้กิจกรรมเป็นกุศโลบาย ให้นักเรียนได้ฝึกพูด ฝึกใช้ภาษาอังกฤษ ไม่น้อยกว่า 80% ของเวลาเรียนทั้งหมด = 80% ของ 120 นาที = 96 นาที หรือประมาณ 1 ชั่วโมง 40 นาที แต่ในทางปฏิบัติจริง การเรียนการสอนภายในห้องเรียน ACTive English ครูจะใช้ภาษาไทยช่วยน้อยมาก เพราะนโยบายของหลักสูตรภาษาอังกฤษ ACTive English ได้กำหนดให้ ครูผู้สอนสามารถใช้ภาษาไทยในการช่วยสื่อสารภายในชั้นเรียน ก็ต่อเมื่อ 1) ครูได้พยายามอธิบาย ด้วยคำศัพท์ที่ง่ายลง และพูดช้าๆ ซ้ำๆ แล้ว และ 2) ครูได้ลองสาธิตให้นักเรียนดูเป็นตัวอย่างแล้ว และ 3) ครูมีการการใช้รูปจาก Flash Card หรือจากสื่อ Interactive Multimedia ตลอดจนมีการใช้ภาษากายประกอบการอธิบายแล้วแต่นักเรียนยังคงไม่สามารถเข้าใจในสิ่งที่ครูพยายามจะสื่อสารอย่างครบถ้วน โดยส่วนใหญ่  การใช้ภาษาไทยช่วยในการสื่อสารจะเกิดขึ้นในการเรียนในครั้งแรกๆ เท่านั้น สำหรับการเรียนในครั้งต่อๆ ไป เมื่อนักเรียนมีความคุ้นเคยกับการใช้ภาษาอังกฤษในห้องเรียนมากขึ้นแล้ว ครูผู้สอนก็จะใช้ภาษาอังกฤษในการสอน และสื่อสารกับนักเรียนในห้องเรียนเต็มเวลา 2 ชั่วโมง
  • หลักสูตร ACTive English ในบางหลักสูตร* จะมีครูชาวต่างชาติเจ้าของภาษา (Native Speaker Teacher) ร่วมสอนด้วย เพื่อเป็นกุศโลบายให้นักเรียนได้ฝึกใช้ภาษาอังกฤษกับเจ้าของภาษาจริงๆ เพื่อให้นักเรียนมีความมั่นใจในการพูดภาษาอังกฤษของตนเองมากยิ่งขึ้น

*หมายเหตุ: การใช้ครูชาวต่างชาติเจ้าของภาษามาร่วมสอน นั้นเป็นเพียงส่วนเสริมเท่านั้น ไม่ได้เป็นส่วนสำคัญของหลักสูตร เพราะว่าสื่อ Interactive Multimedia ของหลักสูตร ACTive English ก็ใช้เสียงของเจ้าของภาษา (Native Speaker) ในการบันทึกเสียงอยู่แล้ว ดังนั้นการจัดให้ครูชาวต่างชาติเจ้าของภาษาในการร่วมสอนในบางหลักสูตร จึงขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละโรงเรียน

  • หลักสูตร ACTive English มีบริการเกมภาษาอังกฤษออนไลน์ (English Online Game) ที่ชื่อว่า “Magic Fighter” และ Web School ที่ถูกออกแบบให้มีความสนุกสนาน โดยให้มีวงคำศัพท์ และโครงสร้างประโยค ที่ตรงกับเนื้อหาที่นักเรียนได้เรียนไปในห้องเรียน ซึ่งโดยทั่วๆ ไปแล้ว นักเรียนจะใช้เวลาในวันจันทร์ – ศุกร์ วันละประมาณ 1 ชั่วโมงใน และในวันเสาร์ – อาทิตย์ วันละประมาณ 2 ชั่วโมง ในการเล่นเกมภาษาอังกฤษออนไลน์ Magic Fighter ซึ่งนอกจากนักเรียนจะได้รับความสนุกสนานแล้ว นักเรียนยังได้ทบทวนบทเรียน และฝึกการใช้ภาษาอังกฤษไปในตัวอีกด้วย โดยเฉลี่ยนักเรียนในหลักสูตร ACTive English จะใช้เวลากับ Web School และเกม Magic Fighter ประมาณสัปดาห์ละ 9 ชั่วโมง

โดยสรุปแล้วด้วยระบบการเรียนการสอนของหลักสูตรภาษาอังกฤษ ACTive English จึงทำให้นักเรียนได้ฝึกพูด ฝึกใช้ภาษาอังกฤษในห้องเรียนประมาณ 1 ชั่วโมง 40 นาทีต่อสัปดาห์ และการทบทวน และฝึกใช้ภาษาอังกฤษที่บ้านผ่าน Web School และเกม Magic Fighter อีกประมาณ 9 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ซึ่งทำให้ในแต่ละสัปดาห์ นักเรียนที่เรียนภาษาอังกฤษกับหลักสูตร ACTive English จะมีเวลากับการใช้ภาษาอังกฤษมากถึง 10 – 10.5 ชั่วโมง เลยทีเดียว ซึ่งมากกว่าการเรียนภาษาอังกฤษเสริมในหลักสูตรอื่น (ซึ่งนักเรียนได้ฝึกพูด ฝึกใช้ภาษาอังกฤษ ได้ไม่ถึง 1 ชั่วโมงต่อสัปดาห์) ถึง 10 เท่าตัวด้วยกัน!!!

ปัจจุบันพ่อแม่ ผู้ปกครอง มักจะมีความเชื่อที่ว่า “การใช้ครูชาวต่างชาติเจ้าของภาษา จะทำให้ทักษะการใช้ภาษาอังกฤษของนักเรียนดีขึ้น” นั้นเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดในการทำให้นักเรียนพูดภาษาอังกฤษได้ ซึ่งเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน เพราะอันที่จริงแล้วปัจจัยที่สำคัญที่สุดในการที่จะทำให้นักเรียนสามารถพูด และใช้ภาษาอังกฤษได้อย่างคล่องแคล่ว (English Proficiency) นั้นคือ “ความถี่ หรืออัตราการใช้ภาษาอังกฤษ (English Use Rate)” ต่างหาก การใช้ครูชาวต่างชาติเจ้าของภาษาช่วยสอนนั้น นั้นเป็นเพียงองค์ประกอบเสริม ที่ทำให้นักเรียนได้มีโอกาสทดลองใช้ภาษาอังกฤษที่ได้เรียนมา กับชาวต่างชาติ เพื่อทำให้นักเรียนเกิดความมั่นใจในการใช้ภาษาอังกฤษมากขึ้นเท่านั้น จึงไม่แปลกใจเลยใช่หรือไม่ว่า ที่ผ่านมาระบบการเรียนการสอนภาษาอังกฤษของประเทศไทย ที่ฝากความหวังไว้กับครูชาวต่างชาติ เจ้าของภาษา จึงไม่ประสบความสำเร็จเลย เพราะตราบใดที่ครูชาวต่างชาตินั้นไม่สามารถเพิ่มความถี่ในการใช้ภาษาอังกฤษให้กับนักเรียนได้ นักเรียนก็ไม่สามารถที่จะมีพัฒนาการทางทักษะการใช้งานภาษาอังกฤษได้อย่างมีนัยสำคัญได้เลย

คุณพ่อคุณแม่ต้องเข้าใจก่อนว่า “ฝรั่ง” ที่ผมสีบรอนด์ ตาสีฟ้า ไม่ได้พูดภาษาอังกฤษได้เป็นทุกคน เพราะฝรั่งบางประเทศ เช่น เดนมาร์ก เนเธอแลนด์ เยอรมัน อิตาลี สวีเดน ฯลฯ ก็ไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาแม่ ดังนั้นจึงมีโรงเรียนสอนภาษาอังกฤษบางแห่ง นำเอาฝรั่งที่ไม่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาแม่เหล่านี้ มาเป็นครูสอนภาษาอังกฤษภายในโรงเรียน เพื่อหลอกให้คุณพ่อคุณแม่ ผู้ปกครองหลงเชื่อ คิดว่า “การใช้ฝรั่งสอนภาษาอังกฤษ จะทำให้บุตรหลานเก่งภาษาอังกฤษได้ดีกว่าครูชาวไทย” ซ้ำร้ายฝรั่งเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นเพียง “นักท่องเที่ยว” ไม่ได้เป็น “ครู” ดังนั้นจึงไม่สามารถสอน และบ่มเพาะทักษะการพูด และการใช้ภาษาอังกฤษให้กับนักเรียนได้ การเรียนภาษาอังกฤษกับฝรั่งเหล่านี้จึงเป็นความสูญเปล่า และเป็นการเสี่ยงต่อสวัสดิภาพ และความปลอดภัยของบุตรหลาน อย่างน่าเป็นห่วงมากๆ

นอกจากนี้ ยังมีความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนอีกว่า “การใช้ครูไทยสอนจะทำให้นักเรียนไม่ได้สำเนียง (accent)” ซึ่ง SE-ED Learning Center ขอทำความเข้าใจกับคุณพ่อคุณแม่ และผู้ปกครองในเบื้องต้นว่า ภาษาอังกฤษนั้นมีความจำเป็นในการทำงานในสภาพแวดล้อมที่มีคนต่างชาติ ต่างภาษาที่ต้องทำงานร่วมกัน โดยใช้ภาษาอังกฤษเป็นสื่อกลาง (Multi-national situation) สิ่งที่สำคัญที่สุดในการใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ ก็คือ

  1. การออกเสียง (Phonics) ที่ถูกต้อง และ
  2. การเน้นเสียง  (Stress) ที่ถูกต้อง และ
  3. การมีวงคำศัพท์ และโครงสร้างรูปประโยคที่มากเพียงพอที่จะใช้ในการสื่อสารได้อย่างคล่องแคล่ว

สำหรับเรื่องของ “สำเนียง (accent)” อันที่จริงสำหรับ “คนเจ้าของภาษา ที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาแม่” ในแต่ละประเทศก็มีสำเนียงที่แตกต่างกัน เช่น ชาวออสเตรเลีย ก็มีสำเนียงของชาวออสเตรเลีย ชาวนิวซีแลนด์ ก็มีสำเนียงของชาวนิวซีแลนด์ ขนาดในประเทศสหรัฐอเมริกา คนที่อยู่อาศัยในฝั่งตะวันตก ก็จะมีสำเนียงภาษาอังกฤษที่แตกต่างจากคนที่อาศัยอยู่ในฝั่งตะวันออก คนผิวดำ ก็มีสำเนียงที่แตกต่างจากคนผิวขาว แต่อย่างไรก็ตาม จะมีข้อสังเกตอย่างหนึ่งว่า เจ้าของภาษาในทุกๆ ประเทศ แม้ว่าจะมีสำเนียงที่แตกต่างกัน แต่ส่วนใหญ่แล้วจะมี “การเน้นเสียง (Stress)” และการออกเสียง (Phonics) ที่ถูกต้องตรงกันเสมอ ดังนั้นปัจจัยสำคัญที่สุดของการพูดภาษาอังกฤษให้สามารถสื่อสารได้ ทำงานร่วมกันคนทุกๆ ชาติในโลกใบนี้ได้ จึงไม่ใช่ “สำเนียง (accent)” แต่เป็น “การเน้นเสียง (Stress)” และ “การออกเสียง (Phonics)” ที่ถูกต้องเหมือนกับเจ้าของภาษาต่างหาก ดังนั้นการที่จะใช้ครูไทย หรือครูชาวต่างชาติสอนภาษาอังกฤษ หากครูสามารถสอนให้นักเรียนออกเสียง และเน้นเสียงได้อย่างถูกต้อง ก็เพียงพอแล้ว

ยิ่งในอนาคต ด้วยการเกิดขึ้นของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community) และการประกอบธุรกิจกับต่างประเทศที่มีมากขึ้น นักเรียนจะมีโอกาสในการทำงานร่วมกันกับคนหลายๆ เชื้อชาติ โดยใช้ภาษาอังกฤษเป็นสื่อกลาง คนแต่ละชาติ ก็มีสำเนียงในการพูดที่แตกต่างกันไป ซึ่งหลักสูตรภาษาอังกฤษ ACTive English มีความเชื่อว่า “เรื่องของสำเนียง เป็นเรื่องที่นักเรียนของเราสามารถปรับตัวกันได้ แต่การออกเสียง และการเน้นเสียงที่ถูกต้อง นั้นมีความจำเป็นต้องฝึกให้นักเรียนออกเสียง เน้นเสียงให้ถูกต้อง จนเป็นนิสัยในปัจจุบันนี้ เพราะถ้านักเรียนออกเสียงผิด หรือเน้นเสียงผิดแล้ว ก็จะเป็นสิ่งที่แก้ไขได้ลำบากมากๆ ในอนาคต”

จากการวิจัยในชั้นเรียน พบว่าการใช้ครูชาวต่างชาติ เจ้าของภาษามาช่วยสอน จะช่วยทำให้นักเรียนมีความมั่นใจในการพูด และใช้ภาษาอังกฤษ แต่จริงๆ แล้วการที่นักเรียนได้เห็นครูชาวไทย สามารถพูด และสื่อสารภาษาอังกฤษได้ดี กลับเป็นการสร้าง “แรงบันดาลใจ” ที่ทำให้นักเรียนยึดเอาครูชาวไทยเป็นแบบอย่าง (Role Model) ในพัฒนาทักษะการใช้ภาษาอังกฤษของตนเอง และครูชาวไทยทุกๆ คน ที่สอนในหลักสูตร ACTive English จะต้องมีการออกเสียง (Phonics) และการเน้นเสียง (Stress) ที่ถูกต้อง และสามารถใช้ภาษาอังกฤษได้อย่างคล่องแคล่วมั่นใจ สามารถสร้างแรงบันดาลใจ และเป็นต้นแบบให้กับนักเรียนได้

คำว่า “ACTive” ซึ่งเป็นชื่อนำของหลักสูตร ACTive English นั้นสะท้อนองค์ประกอบของหลักสูตรภาษาอังกฤษ ACTive English ได้อย่างครบถ้วน ดังต่อไปนี้

A         =   Assimilative Learning

เนื่องจากหลักสูตรภาษาอังกฤษ ACTive English นั้นเป็นหลักสูตรที่ครูผู้สอนจะใช้ภาษาอังกฤษในการสอน และการสื่อสารภายในห้องเรียน ทำให้นักเรียนที่เรียนในหลักสูตร ACTive English ค่อยๆ ซึมซับ คำศัพท์ และโครงสร้างประโยคภาษาอังกฤษต่างๆ ทั้งที่อยู่ในบทเรียน และที่ต้องใช้สื่อสารกับครูในห้องเรียนบ่อยๆ จนในที่สุดนักเรียน จะสามารถใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสารในโอกาสอื่นๆ ได้อย่างมั่นใจ เป็นธรรมชาติ เพราะหลักสูตร ACTive English ไม่ได้สอนให้นักเรียนเรียนภาษาอังกฤษแบบ “ท่องจำไวยากรณ์” แต่เน้นการ “ฝึกใช้บ่อย” จนนักเรียนรู้สึกคุ้นเคย

C         =   Collaborative Learning

หลักสูตรภาษาอังกฤษ ACTive English มีความเชื่อว่า การพัฒนาทักษะการใช้ภาษาอังกฤษของนักเรียน จะต้องอาศัยการทำงานร่วมกันกับผู้ปกครองในการ ดังนั้นหลักสูตรภาษาอังกฤษ ACTive English จึงได้พัฒนาระบบการสื่อสารกับผู้ปกครอง ในรูปแบบ ดังต่อไปนี้

  • Learning Management System (LMS) ซึ่งคุณพ่อคุณแม่ และผู้ปกครองสามารถติดตามดูการทำแบบฝึกหัด (Workbook) และผลของการฝึกภาษาอังกฤษผ่านการเล่น English Online Game “Magic Fighter” ได้อย่างใกล้ชิด นอกจากนี้หลักสูตร ACTive English
  • การสื่อสารกับผู้ปกครอง เพื่อรายงานพัฒนาการทางภาษาให้กับคุณพ่อคุณแม่ และผู้ปกครองทราบในทุกๆ สัปดาห์ ผ่าน Communication Book ซึ่งคุณพ่อคุณแม่ สามารถอ่านความคิดเห็นของครู และสื่อสารกับครูผู้สอนเกี่ยวกับ “การพัฒนาทักษะทางภาษาอังกฤษของนักเรียน” ผ่าน Communication Book นี้
  • การสื่อสารคะแนนสอบ Unit Test (ซึ่งเป็นการสอบประจำเดือนในการเรียนที่ 1 และเดือนที่ 2 เป็นการทดสอบ Vocabulary, Grammatical Structure และ Reading Comprehension) และ Proficiency Test (เป็นการสอบวัดทักษะการใช้ภาษาอังกฤษทั้ง ทักษะการพูด ฟัง อ่าน เขียน ซึ่งจะเกิดขึ้นเมื่อสิ้นสุดการเรียนในเดือนที่ 3 ก่อนเปลี่ยนระดับไปเรียนใน Level ถัดไปที่สูงขึ้น) ซึ่งครูผู้สอนจะรายงานให้คุณพ่อคุณแม่ทราบผ่าน Final Report

T         =   Tactically Enjoyable Learning

รูปแบบการเรียนภาษาอังกฤษในหลักสูตร ACTive English นั้นจะอยู่ในรูปแบบของ “กิจกรรมการเรียนรู้ (Activity Based Learning)” ซึ่งเป็นกุศโลบายที่ทำให้เด็กรู้สึกสนุก และมีความมั่นใจในการใช้ภาษาอังกฤษ ทั้งการฝึกพูดภาษาอังกฤษในรูปแบบประโยค (Sentence Pattern) ตามบทเรียนที่นักเรียนได้เรียน และภาษาอังกฤษที่ใช้สื่อสารกับครูภายในห้องเรียน (Classroom Language) ซึ่งหลักสูตร ACTive English นั้นได้กำหนดมาตรฐานไว้ว่านักเรียนจะได้ “พูด” ภาษาอังกฤษ ภายในห้องเรียนไม่ต่ำกว่าร้อยละ 80 ของเวลาเรียนทั้งหมด ผ่านกิจกรรมการเรียนรู้ที่ครูได้วางแผนการสอนเอาไว้อย่างแยบยล

i           =   Interactive Learning

หลักสูตรภาษาอังกฤษ ACTive English มีการใช้สื่อ Interactive Multimedia ที่ทำให้นักเรียนมีส่วนร่วมกับการเรียนรู้ นั่นหมายถึงทั้งนักเรียน และครูจะใช้สื่อ Interactive Multimedia ผ่าน Interactive Whiteboard ในการเรียนรู้ และการฝึกใช้ภาษาอังกฤษภายในห้องเรียน ทำให้การเรียนรู้ภายในห้องเรียน เป็นการเรียนที่สัมผัสได้ มีการตอบสนอง และเป็นการสื่อสาร จึงเป็นส่วนสำคัญมากๆ ที่ทำให้การเรียนรู้ภาษาอังกฤษภายในห้องเรียนมีประสิทธิภาพอย่างยิ่ง

v          = Vivid Multimedia

สื่อ Interactive Media ต่างๆ ทั้งในส่วนของ Web School และ English Online Game (เกม Magic Fighter) ที่ใช้ประกอบการเรียนการสอนในหลักสูตร ACTive English นั้นได้รับการออกแบบให้อยู่ในรูปแบบของการ์ตูน และ Animation ที่มีชีวิตชีวา เหมาะกับวัยของนักเรียน จึงทำให้นักเรียนมีความสนุกสนานที่จะฝึกฝนทักษะภาษาอังกฤษผ่านกิจกรรมในห้องเรียน และฝึกฝนทบทวนด้วยตนเองที่บ้าน

e          =   Energetic Learning Attitude

ครูที่สอนในหลักสูตรภาษาอังกฤษ ACTive English จะมีหน้าที่ในการเลือกสรรกิจกรรมการเรียนรู้ที่สนุกสนาน เพื่อจูงใจให้นักเรียนได้ฝึกพูด ฝึกใช้ภาษาอังกฤษในห้องเรียนได้อย่างถูกต้อง มั่นใจ อย่างสนุกสนาน ดังนั้นครูผู้สอนในหลักสูตรจะต้องมีพลัง และมีความกระตือรือร้นมากๆ เพื่อที่จะสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ในห้องเรียนของหลักสูตร ACTive English ให้เป็นห้องเรียนที่มีพลัง เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ และความสนุกสนานในการใช้ภาษาอังกฤษ

<สนใจรายละเอียดคลิ้ก>

 

ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่

ฝ่ายวิชาการ วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 9.00 – 17.00 น.   โทร. 0-2739-8888, 0-2739-8121   วันเสาร์ – อาทิตย์   โทรศัพท์มือถือ: 08-1832-2299, 09-1889-9492, 08-6325-7000    email: act-english@se-ed.com

ศูนย์การเรียนรู้สำนักงานใหญ่ ชั้น 4 พาราไดซ์พาร์ค ถ. ศรีนครินทร์ กรุงเทพฯ

โทรศัพท์: 0-2325-9068-9   อีเมล: slc@se-ed.com

มือถือ: 08-9969-9607

ช่วงเปิดเทอม: เปิดให้บริการ อังคาร – อาทิตย์    อังคาร – ศุกร์ เปิดทำการเวลา 10.00 – 18.00 น.    เสาร์ – อาทิตย์ เปิดทำการเวลา 9.00 – 18.30 น.

ช่วงปิดเทอม: เปิดให้บริการทุกวันจันทร์ – อาทิตย์    เวลา 9.00 – 18.30 น.